คุมตัวอดีต ตชด. ฝากขังต่อศาล เจ้าตัวกล่าวเพียงไม่กี่คำก่อนขึ้นรถผู้ต้องขัง - 7 วัน

สดๆร้อนๆ

Monday, June 15, 2026

คุมตัวอดีต ตชด. ฝากขังต่อศาล เจ้าตัวกล่าวเพียงไม่กี่คำก่อนขึ้นรถผู้ต้องขัง

คุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง

ความคืบหน้าของคดีเหตุใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการนำตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดหน่วย ตชด.21 ไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมเพื่อขึ้นรถผู้ต้องขัง เตรียมเดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังถูกดำเนินคดีในหลายข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงบริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตมีจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนอีกรายได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตภายหลังที่โรงพยาบาล ขณะที่ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คนซึ่งเข้ารับการรักษาตัว

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา

สำหรับการดำเนินคดีในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหลายประเด็น อาทิ ความผิดเกี่ยวกับการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา ความผิดฐานพยายามกระทำต่อชีวิตผู้อื่น รวมถึงข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังมีความเห็นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากมองว่าเป็นคดีที่มีความร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง อีกทั้งเกรงว่าหากได้รับการประกันตัว อาจส่งผลต่อกระบวนการสอบสวนหรือการรวบรวมพยานหลักฐานในคดี

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำตัวผู้ต้องหาออกจากอาคาร ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่าต้องการส่งข้อความใดถึงครอบครัวผู้สูญเสียหรือประชาชนที่ติดตามข่าวหรือไม่ โดยผู้ต้องหาได้ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า

"ขอโทษครับ ผมโดนรุม"

หลังกล่าวข้อความดังกล่าว ผู้ต้องหาถูกนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังเพื่อเดินทางไปยังศาลทันที โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ

กระบวนการฝากขังผู้ต้องหา

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า บิดาของผู้ต้องหาได้เดินทางมายังสถานีตำรวจตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ทนายความเข้าพบเจ้าหน้าที่ในช่วงบ่าย เพื่อเตรียมดำเนินการด้านกฎหมายและติดตามความคืบหน้าของคดี

ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนต่าง ๆ ภายในสถานีตำรวจ ทั้งญาติและทีมทนายได้เดินทางออกจากพื้นที่ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชน แม้ว่าจะมีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงแนวทางการต่อสู้คดีและความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ตาม