เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 หน่วยงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานด้านแรงงาน เดินหน้ายกระดับมาตรการเฝ้าระวังแรงงานไทยที่เตรียมเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยเปิดปฏิบัติการตรวจคัดกรองเชิงรุกเป็นครั้งที่สอง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเดินทางออกนอกประเทศไปประกอบอาชีพในต่างแดน
การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบแรงงานไทยที่กำลังจะเดินทางไปยังหลายประเทศปลายทาง ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้ อิสราเอล และไต้หวัน โดยมีผู้เข้ารับการตรวจรวมทั้งสิ้น 342 คน แบ่งเป็นชาย 213 คน และหญิง 129 คน
นอกจากการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายแล้ว เจ้าหน้าที่ยังเพิ่มมาตรการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยสุนัขตำรวจ K-9 ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจตรวจค้นกระเป๋าและสิ่งของของแรงงานทุกคนก่อนออกเดินทาง
ผลการตรวจสัมภาระไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดแต่อย่างใด ทำให้การตรวจค้นในส่วนดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการตรวจปัสสาวะเพื่อคัดกรองสารเสพติดเบื้องต้น พบผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกจำนวน 3 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นแรงงานชายที่มีกำหนดเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการตรวจยืนยันเพิ่มเติม โดยส่งตัวผู้ที่มีผลคัดกรองเบื้องต้นเข้าสู่การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำและเป็นธรรม
ผลการตรวจยืนยันพบว่ามีผู้ใช้สารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 ราย ขณะที่อีก 2 รายไม่พบผลยืนยันตามเกณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินมาตรการทันที โดยระงับสิทธิ์การเดินทางไปทำงานต่างประเทศของผู้ที่ตรวจพบสารเสพติด และส่งเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาตามขั้นตอนที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภูมิลำเนาของบุคคลดังกล่าว เพื่อให้ได้รับการดูแลและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลสืบสวนถึงแหล่งที่มาของยาเสพติดและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง
หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการระบุว่า การตรวจคัดกรองลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการรักษามาตรฐานแรงงานไทยในสายตานานาชาติ เพราะแรงงานที่มีคุณภาพไม่เพียงต้องมีทักษะในการทำงานเท่านั้น แต่ยังต้องมีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสม
การป้องกันไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนายจ้างต่างชาติที่เปิดรับแรงงานจากประเทศไทย
เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือไปยังประชาชนที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานต่างแดน ให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท เนื่องจากหากตรวจพบก่อนเดินทาง อาจสูญเสียโอกาสในการทำงานทันที รวมถึงส่งผลกระทบต่อประวัติส่วนบุคคลในอนาคต
นอกจากนี้ หากมีการลักลอบนำยาเสพติดติดตัวเข้าไปในประเทศปลายทาง และถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ของประเทศนั้น ๆ ผู้กระทำผิดอาจต้องเผชิญบทลงโทษที่รุนแรงตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งบางแห่งมีมาตรการเข้มงวดเป็นอย่างมาก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่า การรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของแรงงานไทยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลต่อโอกาสการจ้างงานในระดับนานาชาติ และเป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยรุ่นต่อไปที่ต้องการเดินทางไปสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตในต่างประเทศอย่างยั่งยืน