ชาวตลาดปักธงชัยร้องขอความเป็นธรรม หลังรอคอยการเยียวยานานกว่า 15 ปี - 7 วัน

สดๆร้อนๆ

Monday, June 15, 2026

ชาวตลาดปักธงชัยร้องขอความเป็นธรรม หลังรอคอยการเยียวยานานกว่า 15 ปี

ชาวบ้านยื่นร้องเรียนขอความเป็นธรรม

กลุ่มตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนตลาดปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน

ระหว่างการยื่นเรื่อง ผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนได้ร่วมกันเคาะชามและภาชนะต่าง ๆ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนถึงความเดือดร้อนที่ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน หลังจากไม่สามารถกลับเข้าไปใช้ชีวิตในพื้นที่เดิมได้ตามปกติ

ผู้ได้รับผลกระทบรวมตัวเรียกร้อง

ผลกระทบยาวนานหลังเหตุเพลิงไหม้

นางสาววรรณรัตน์ วีรชัยสุนทร หนึ่งในตัวแทนผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ตลาดปักธงชัยเมื่อปี 2554 ครอบครัวจำนวนมากจำเป็นต้องย้ายออกจากที่อยู่อาศัยเดิม เนื่องจากมีการปรับปรุงผังพื้นที่ใหม่ ส่งผลให้รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

หลายครัวเรือนต้องเช่าที่พักอาศัยเป็นเวลานาน และต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยังไม่ได้รับการชดเชยหรือการช่วยเหลือตามที่คาดหวังไว้

ผู้ร้องเรียนระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา ชีวิตความเป็นอยู่ได้รับผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ อาชีพการงาน และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

บรรยากาศการยื่นหนังสือร้องเรียน

ไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปการประชุมล่าสุด

การเดินทางเข้ายื่นเรื่องในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับผลการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีข้อสรุปว่าไม่สามารถดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาตามที่มีการเรียกร้องได้

อีกทั้งยังมีข้อเสนอแนะให้ผู้ได้รับผลกระทบดำเนินการใช้สิทธิผ่านกระบวนการศาลด้วยตนเอง หากต้องการเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม

กลุ่มผู้ร้องมองว่าข้อสรุปดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับแนวทางที่เคยมีการหารือและพิจารณาในระดับจังหวัดเมื่อหลายปีก่อน จึงต้องการให้มีการทบทวนอีกครั้ง

เอกสารเรียกร้องค่าเสียหาย

ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการเยียวยา

ผู้ร้องเรียนอ้างถึงข้อมูลและเอกสารที่เคยมีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในอดีต ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ค่าเสียโอกาสจากการประกอบอาชีพ ค่าที่พักอาศัยชั่วคราว รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการติดตามเรื่องร้องเรียนตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อนำค่าเสียหายทั้งหมดมาคำนวณรวมกัน ผู้ร้องประเมินว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจสูงถึงประมาณ 15 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการประชุมครั้งล่าสุด โดยมองว่าขั้นตอนการแจ้งข้อมูลและการดำเนินงานบางส่วนอาจสร้างความสับสนแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงต้องการให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสเพิ่มเติม

เอกสารเรียกร้องค่าเสียหาย

หน่วยงานรัฐชี้แจงข้อเท็จจริง

ด้านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านผังเมืองและมาตรฐานความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงยืนยันว่ามีการคำนึงถึงสิทธิของผู้เช่ารายเดิม และไม่มีนโยบายผลักดันหรือขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

ในส่วนของการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดด้านการวางผังเมืองที่ใช้บังคับในปัจจุบัน

พื้นที่ชุมชนหลังการปรับผังเมือง

ผลการพิจารณาทางกฎหมายที่ผ่านมา

นายสมพาศกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนได้ใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

จากผลการพิจารณาคดีที่สิ้นสุดลงแล้ว ศาลได้วินิจฉัยว่าหน่วยงานภาครัฐดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชี้ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือจงใจสร้างความเสียหายแก่ประชาชน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐได้เชิญหน่วยงานกลางหลายแห่งเข้าร่วมตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และประเมินข้อเรียกร้องต่าง ๆ อย่างรอบด้าน

ยังสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ต่อไป

หน่วยงานภาครัฐชี้แจงข้อกฎหมาย

ผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เข้าร่วมพิจารณาระบุว่า การดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และยังไม่พบเหตุที่ทำให้ภาครัฐสามารถนำงบประมาณแผ่นดินมาจ่ายเป็นค่าเสียหายตามจำนวนที่มีการเรียกร้องได้

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยืนยันว่าผู้ได้รับผลกระทบยังคงมีสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมาย หากเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิในคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง ตามช่องทางที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนดำเนินการได้

ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบระยะยาวของประชาชนจำนวนมาก และสะท้อนถึงความพยายามในการแสวงหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ในอนาคต